ครม.ช่วยเหลือนักเรียนทุนรัสเซีย





จาก http://www.moe-news.net/index.php?option=com_content&task=view&id=1453&Itemid=99999999&preview=popup


ศึกษาธิการ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๒ ได้เห็นชอบการสนับสนุนทุนการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซีย ที่ได้รับผลกระทบจากการระงับเงินทุนสมทบของรัฐบาล โดยให้สำนักงาน ก.พ.บริหารงบฯ จากโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน เพื่อเจียดจ่ายเป็นค่าครองชีพให้แก่นักเรียนทุนที่ยังเหลืออยู่ ๑๐ คน เป็นเวลาทุกเดือนๆ ละ ๕๐๐ ดอลลาร์











รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอทั้ง ๓ ข้อ ดังนี้

๑) การดำเนินความช่วยเหลือแก่นักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซีย จำนวน ๑๐ คน ที่ได้รับผลกระทบจากการระงับเงินทุนสมทบของรัฐบาลไทยเพื่อให้สามารถศึกษาต่อจนสำเร็จต่อไป
๒) ให้สำนักงาน ก.พ. บริหารงบประมาณจากงบที่จัดสรรให้แก่นักเรียนทุนภายใต้โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน เพื่อเจียดจ่ายให้แก่นักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซียสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒–๒๕๕๓ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๒
๓) ให้นักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซียดังกล่าวอยู่ในการดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ 

โดยให้ ศธ.พิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ และเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อ ๆ ไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

สาระสำคัญของเรื่อง

๑. ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐบาลรัสเซียได้เสนอให้ทุนแก่นักศึกษาไทยเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โท และ เอก ณ ประเทศสหพันธรัฐรัสเซียเป็นประจำทุกปี ปีละ ๑๐ ทุน โดยสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยเป็นผู้คัดเลือก สำหรับทุนการศึกษาของรัฐบาลรัสเซียนั้นจะครอบคลุมเฉพาะค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายเดือนละ ๒๐๐ – ๓๐๐ รูเบิ้ล ส่วนผู้รับทุนจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้แก่ ค่าเดินทางไป–กลับ ค่าประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

๒. ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ กระทรวงการต่างประเทศได้เสนอนโยบายส่งเสริมการศึกษาไทย–รัสเซีย เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนและหาลู่ทางเพิ่มพูนความร่วมมือกับรัสเซีย และเห็นว่าขณะนั้นมีนักศึกษาไทยที่ได้รับทุนจากรัฐบาลรัสเซียอยู่เดิม ๓๐ คน และรัฐบาลรัสเซียคัดเลือกนักศึกษาไทยให้ได้รับทุนเพิ่มขึ้นอีก ๑๕ คน รวมเป็น ๔๕ คน แต่นักศึกษาทุนรัฐบาลรัสเซียเหล่านี้มักประสบปัญหาความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก เบี้ยเลี้ยงที่ได้รับไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาหาทางจัดสรรทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาดังกล่าวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้การศึกษาเล่าเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

๓. ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๖ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาไทย ณ ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย รุ่นแรก จำนวน ๔๕ คน เป็นเงินประมาณ ๑๑,๓๔๐,๐๐๐ บาท/ปี โดยมอบให้คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์สำหรับแก้ไขปัญหาเด็กยากจนและด้อยโอกาส ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายจาตุรนต์ ฉายแสง) เป็นประธาน พิจารณารายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการเบิกจ่ายเงินจากเงินรายได้โครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย ๓ ตัวและ ๒ ตัวของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งพิจารณาให้ทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการคัดเลือกนักเรียนไทยเพื่อรับทุนการศึกษาต่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๖ มอบให้กระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบดำเนินการ โดยให้จัดทำรายละเอียดแผนการใช้เงินแต่ละปีสำหรับนักเรียนไทยจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา

๔. ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ รัฐบาลรัสเซียได้เสนอให้ทุนการศึกษาแพทยศาสตร์ของสถาบันแพทยศาสตร์เซเซโนวา ซึ่งเป็นสถาบันการแพทย์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ในการนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการสอบคัดเลือกผู้รับทุนจำนวน ๕ คน รวมทั้งขอให้พิจารณาสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่นักเรียนทุนดังกล่าวอีกคนละ ๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน

๕. กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ฯ เพื่อขออนุมัติทุนการศึกษาเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซีย รุ่นที่ ๒ จำนวน ๒๔ คน รวมทั้งนักเรียนทุนสาขาแพทยศาสตร์จำนวน ๔ คน และคณะกรรมการฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๙ อนุมัติการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๔๘–ปีการศึกษา ๒๕๕๕ เป็นวงเงินเพิ่มเติมอีก ๖๖,๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ โดยเบิกค่าใช้จ่ายเป็นรายปี และขอให้กระทรวงการต่างประเทศรายงานผลการศึกษาของนักศึกษาไทยทั้ง ๒ รุ่น ต่อคณะกรรมการฯ เป็นระยะๆ รวมทั้งขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ประสานกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อบรรจุโครงการจัดสรรทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทย ณ สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

๖. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ยกเลิกโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย ๓ ตัว ๒ ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และกรมบัญชีกลางได้ขอให้นำรายได้ทั้งหมดส่งกลับคืนเป็นรายได้แผ่นดิน ดังนั้น นักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซียดังกล่าวจึงได้รับการจัดสรรเงินทุนเพียงเท่าที่คณะกรรมการฯ อนุมัติไว้แล้ว ซึ่งนักเรียนทุนสาขาต่างๆ อาจได้รับไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตร แต่นักเรียนทุนสาขาแพทยศาสตร์ที่เหลืออยู่มีเพียง ๒ คน คือนายสุปรีด์ ศรีเจริญ และนายสมเด็จ อัศวถาวร ซึ่งกำลังศึกษาที่ I.M. Schenov Moscow Medical Academy ได้รับเงินทุนสนับสนุนจนถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๒

๗. กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า นักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซียดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาล แต่เนื่องจากเป็นการใช้เงินที่ไม่เป็นไปตามระเบียบงบประมาณแผ่นดินฯ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ระงับการใช้งบประมาณดังกล่าวแล้ว จึงไม่สามารถจัดสรรงบประมาณเช่นเดิมได้ อีกทั้งสาขาวิชาแพทยศาสตร์ถือว่าเป็นสาขาวิชาที่ขาดแคลน การที่รัฐบาลรัสเซียให้ทุนแก่นักศึกษาไทยสาขานี้จึงนับว่า เป็นประโยชน์ต่อการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์ของประเทศและสมควรที่จะสนับสนุนให้นักเรียนทุนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากขณะนี้มีนักเรียนทุนรัฐบาลรัสเซียที่เคยได้รับทุนสนับสนุนค่าครองชีพจากรัฐบาลไทยเดือนละ ๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐเหลืออยู่จำนวน ๑๐ คน ซึ่งมีกำหนดสำเร็จการศึกษาในปีที่แตกต่างกัน จึงเห็นสมควรที่จะให้ความช่วยเหลือนักเรียนทุนกลุ่มนี้ทั้งหมด โดยจะใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๙๗,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ ๓,๓๐๗,๗๐๐ บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ๓๔.๑๐ บาท/ดอลลาร์สหรัฐ)

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน