ครม.อนุมัติกฎกระทรวงใน พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  คือ ร่างกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐


ครม.ได้อนุมัติหลักการ “ร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ จำนวน ๓ ฉบับ”  ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอและรายงานว่า โดยที่พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ได้ประกาศใช้และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้ออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องยกเว้นไม่ให้ใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ บังคับกับสถานศึกษาที่กำหนด การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้บริหารโรงเรียนนอกระบบ และกำหนดรายละเอียดอื่นเกี่ยวกับการดำเนินการขอจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ


ซึ่งร่างกฎกระทรวงทั้ง ๓ ฉบับนี้ ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชนแล้ว ศธ.จึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงดังกล่าวรวม ๓ ฉบับ มาเพื่อดำเนินการต่อไป


สาระสำคัญ ของร่างกฎกระทรวงทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าว  มีดังนี้




  • ร่างกฎกระทรวงกำหนดสถานศึกษาอื่นที่ไม่ใช้บังคับตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ….     มีสาระสำคัญ คือ กำหนดสถานศึกษาที่ไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐



  • ร่างกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้บริหารโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. ….       มีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้แต่งตั้งผู้บริหารเพื่อดูแลรับผิดชอบการบริหารงานของโรงเรียน และกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้บริหารโรงเรียน



  • ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การกำหนดรายละเอียดอื่นเกี่ยวกับกิจการโรงเรียน การขออนุญาตและการอนุญาตเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ พ.ศ. ….     มีสาระสำคัญคือ ๑) กำหนดให้ยื่นคำขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ส่วนจังหวัดอื่นยื่นต่อ สพท.ที่โรงเรียนตั้งอยู่  ๒) กำหนดหลักฐานประกอบการขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน กรณีผู้ขอเป็นบุคคลธรรมดาและกรณีผู้ขอเป็นนิติบุคคล ๓) กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน  ๔) กำหนดมาตรฐานการจัดตั้งโรงเรียน  ๕) กำหนดความจุนักเรียน สื่อและเจ้าหน้าที่ประจำห้องเรียน ๖) กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการออกใบอนุญาต และ ๗) กำหนดวิธีการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน.


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน