มติ ครม.17 ก.พ.2552





มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ











เห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดสรรและวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓

ครม.เห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดสรรและวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓ ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ ประกอบด้วย ๘ ยุทธศาสตร์ ๑ รายการ คือ ยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของรัฐ ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ

โดยกำหนดวงเงินและโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีกำหนดไว้จำนวน ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ จำนวน ๕๑,๗๐๐ ล้านบาท โดยดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณจำนวน ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ประกอบด้วยรายจ่ายประจำ ๑,๔๕๗,๒๓๕.๑ ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ ๖๒,๗๖๔.๙ ล้านบาท ซึ่งคาดว่าอาจจะไม่มีรายการเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

ในการจัดสรรงบประมาณให้กับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดนั้น รัฐบาลกำหนดให้จังหวัด/กลุ่มจังหวัดได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัดตามแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ในจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ.๒๕๕๑

——————————————————————————–

สลับหรือเลื่อนวันหยุดราชการประจำปี

ครม.พิจารณาการสลับหรือเลื่อนวันหยุดราชการประจำปี แล้วมีมติให้วันจันทร์ที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและส่งเสริมการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ สำหรับรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงานรับไปพิจารณาตามความเหมาะสมให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายต่อไป และในกรณีที่หน่วยงานใด เช่น โรงพยาบาล ศาล เป็นต้น มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือราชการสำคัญในวันดังกล่าว โดยกำหนดหรือนัดหมายไว้ก่อนแล้ว หากยกเลิกหรือเลื่อนไปจะเกิดความเสียหาย หรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและประชาชน

——————————————————————————–

เห็นชอบการจัดตั้งกลุ่มจังหวัด และการกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด

ครม.เห็นชอบการจัดตั้งกลุ่มจังหวัด จำนวน ๑๘ กลุ่มจังหวัด และการกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๑ รวมทั้งเห็นชอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัดทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัด ยกเว้นกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) ซึ่งกำหนดให้ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัด

แนวทางการจัดกลุ่มจังหวัด

ให้ใช้แนวทางเดิมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ที่กำหนดถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ความเกี่ยวเนื่องทางเศรษฐกิจ การผลิต การค้า และการลงทุนเพื่อมูลค่าเพิ่มและการได้เปรียบในการแข่งขันร่วมกัน และยุทธศาสตร์ของการแก้ปัญหาเร่งด่วนร่วมกันของประเทศซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างจังหวัด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับลักษณะเขตพื้นที่ที่ติดต่อกันหรือเป็นการรวมกลุ่มจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่ติดต่อกันหรือต่อเนื่องกัน เป็นข้อพิจารณาเบื้องต้นของการจัดกลุ่มจังหวัด ใช้ประเด็นยุทธศาสตร์ หรือทิศทางการพัฒนาจังหวัดที่สอดคล้องกัน หรือเกื้อหนุนต่อกันเป็นแนวการพิจารณาขั้นที่สอง และประการสุดท้ายพิจารณาจากความเกี่ยวเนื่องทางเศรษฐกิจ การผลิต การค้า และการลงทุนเพื่อมูลค่าเพิ่ม และการได้เปรียบในการแข่งขันร่วมกัน รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมกันระหว่างจังหวัด

แนวทางการกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัด

การกำหนดให้มีจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดจะทำให้มีโครงสร้างองค์กรที่รับผิดชอบการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดอย่างชัดเจนและเป็นผู้ใช้กลไกการบูรณาการการจัดทำแผนพัฒนาของกลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติโดยจะเป็นแกนกลางในการประสานงานและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดซึ่งเป็นหน่วยงานในการรองรับการเบิกจ่ายงบประมาณหรือการทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดด้วย

แนวทางในการกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัด ต้องเป็นจังหวัดที่มีลักษณะสอดคล้องกับลักษณะข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่า ดังนี้

– เป็นจังหวัดที่มีการคมนาคม ติดต่อสื่อสารและเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดในกลุ่มได้สะดวก
– เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– เป็นศูนย์กลางทางสังคมและวัฒนธรรม หรือเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาที่สามารถสนับสนุนความรู้ทางวิชาการให้กับจังหวัดภายในกลุ่มจังหวัดได้
– เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และธุรกิจต่างๆ
– เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการในเรื่องแผนงาน งบประมาณ และทรัพยากรทางการบริหารให้กับจังหวัดอื่นในกลุ่มได้

รูปแบบในการจัดกลุ่มจังหวัด

๑ ภาคกลางตอนบน ๑
นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี พระนครศรีอยุธยา

๒ ภาคกลางตอนบน ๒
ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี

๓ ภาคกลางตอนกลาง
ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา

๔ ภาคกลางตอนล่าง ๑
กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม

๕ ภาคกลางตอนล่าง ๒
ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี

๖ ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี

๗ ภาคใต้ฝั่งอันดามัน
ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ภูเก็ต

๘ ภาคใต้ชายแดน
สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา

๙ ภาคตะวันออก
จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ตราด ชลบุรี

๑๐ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๑
หนองคาย เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู อุดรธานี

๑๑ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๒
นครพนม มุกดาหาร สกลนคร สกลนคร

๑๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น

๑๓ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒
อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี อุบลราชธานี

๑๔ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑
สุรินทร์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา

๑๕ ภาคเหนือตอนบน ๑
เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่

๑๖ ภาคเหนือตอนบน ๒
น่าน พะเยา เชียงราย แพร่ เชียงราย

๑๗ ภาคเหนือตอนล่าง ๑
ตาก พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก

๑๘ ภาคเหนือตอนล่าง ๒
กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี นครสวรรค์

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน