มติ ครม. 21 เม.ย.2552





รมว.ศธ. เผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๔ เรื่อง











นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๔ เรื่อง คือ ๑) อนุมัติเงินช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐให้ครูโรงเรียนเอกชน ๒) เห็นชอบนโยบายเร่งด่วนพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓) เห็นชอบมาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๒ ๔) แต่งตั้งที่ปรึกษา รมว. ศึกษาธิการ

อนุมัติเงิน ๑,๐๖๙ ล้านบาท ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐให้ครูโรงเรียนเอกชนคนละ ๒,๐๐๐ บาท

ครม.เห็นชอบอนุมัติการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพฯ จากที่ ครม.ได้อนุมัติหลักการไว้เดิมเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกลุ่มเป้าหมายทั้ง ๖ กลุ่ม ซึ่งเป็นผู้มีรายได้ประจำรวมต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ประกอบด้วย ๑) บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑๙๙,๙๓๘ คน ๒) พนักงานรัฐวิสาหกิจ ๔๗,๑๓๕ คน ๓) บุคลากรของหน่วยงานรูปแบบพิเศษ (องค์การมหาชน) ๑.๒๘๒ คน ๔) ทหารเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหม ๑๕๔,๒๐๐ คน ๕) กลุ่มครู บุคลากรด้านการศึกษาและบุคลากรอื่นในโรงเรียนเอกชน ๑๓๒,๖๐๔ คน ๖) บุคลากรขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ๕๓๔,๕๕๙ คน

รมว.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มติ ครม.เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ ได้เห็นชอบให้หลักการแจกเช็คช่วยชาติเพิ่มเติมให้แก่ ๖ กลุ่มอาชีพดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดวิธีปฏิบัติและขั้นตอนการแจกเช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท สำนักงบประมาณจึงเสนอเรื่องเข้าสู่การประชุม ครม.ในครั้งนี้ โดยได้กำหนดวิธีปฏิบัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดให้บุคคลใน ๖ กลุ่มอาชีพมาลงทะเบียนขอรับเช็คช่วยชาติ พร้อมตรวจสอบสิทธิของผู้มาลงทะเบียน เสร็จแล้วให้แต่ละหน่วยงานรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิรับเช็คพร้อมสรุปวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ ส่งมายังสำนักงบประมาณเพื่อจัดหางบประมาณให้ต่อไป

ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนนั้น จะเปิดให้ไปลงทะเบียนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัด จากนั้นให้ สพท. ตรวจสอบสิทธิและส่งข้อมูลมายังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เมื่อ สช. รวบรวมรายชื่อและข้อมูลครูเอกชนได้ครบถ้วนแล้ว ก็จะประสานไปยังสำนักงบประมาณต่อไป ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน ๒ สัปดาห์ ที่เหลือต้องแล้วแต่กระทรวงการคลังจะกำหนดรูปแบบ ขั้นตอนและช่วงเวลาแจกเช็คต่อไป 

เห็นชอบนโยบายเร่งด่วนพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

ครม.เห็นชอบข้อเสนอนโยบายเร่งด่วนการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่ ศธ.เสนอ ดังนี้

๑) เห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล และให้จัดตั้งสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอทุกอำเภอใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) และ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา (จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา) รวม ๓๗ อำเภอ

๒) ให้จัดอัตราพนักงานราชการเพื่อปฏิบัติงานตามนโยบายเร่งด่วนที่เสนอทั้ง ๓ ข้อ รวม ๙๘๒ อัตรา แยกเป็นอัตราพนักงานราชการใน สช.จังหวัด และ สช.อำเภอ ๔๓๕ อัตรา อัตราพนักงานราชการปฏิบัติงานในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่วิชาวิสามัญ ๒๐๔ อัตรา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ๖๓ อัตรา และอัตราพนักงานราชการเพื่อเป็นครูอาสาในสถาบันการศึกษาปอเนาะจำนวน ๒๗๕ แห่ง

นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการ จำนวน ๓๔๙.๕๙ ล้านบาท โดยให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รับผิดชอบงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๒ และ ศธ.รับผิดชอบตั้งงบประมาณตั้งแต่งบประมาณปี ๒๕๕๓ เป็นต้นไป 

เห็นชอบมาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๒

ครม.เห็นชอบมาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพิ่มเติม โดยให้รัฐมนตรีต้นสังกัดเร่งรัดหน่วยงานในสังกัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และให้ส่วนราชการพิจารณาปรับแผนการฝึกอบรม และการประชุมสัมมนาให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๒

สำหรับ ศธ . ถือเป็น ๑ ใน ๖ หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณสูงกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ยังมีอัตราการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนต่ำสุด ๓ หน่วยงานแรก โดยจังหวัดได้รับ ๑๐,๐๖๐.๕๕ ล้านบาท มีรายจ่ายน้อยที่สุดเพียงร้อยละ ๙.๓๑ รองลงมาเป็น ศธ.ได้รับวงเงินงบประมาณ ๒๐,๓๒๖.๒๘ ล้านบาท มีรายจ่ายร้อยละ ๑๖.๙๒ และรัฐวิสาหกิจได้รับวงเงินงบประมาณ ๑๓,๕๒๖.๑๑ ล้านบาท มีรายจ่ายร้อยละ ๑๙.๒๓ อย่างไรก็ตาม ศธ.ยังเป็นหน่วยงานที่มีผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในภาพรวมไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด

แต่งตั้งที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ 

ครม.เห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอแต่งตั้ง นายสุนิติ์ ทีวะเวช เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ เป็นต้นไป.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน