มติ ครม.23 มิ.ย.2552






รมว.ศธ.เผยมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๔ เรื่อง คือ การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร, อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับ ร.ร.เอกชน, อนุมัติร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยพะเยา, การจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง จ.พังงา











 src=

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๔ เรื่อง
๑) การแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
๒) อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชน
๓) อนุมัติร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา
๔) การจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง จ.พังงา

อนุมัติร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่ ..)

ครม.เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีชุดก่อนได้มีมติเห็นชอบในหลักการ และคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ ๒ ได้ตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้แก้ไขวันใช้บังคับร่างระเบียบนี้เป็น “ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป”

สาระสำคัญของร่างระเบียบดังกล่าว
๑) การยกเลิกสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอเพื่อให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พ.ศ.๒๕๕๑
๒) แก้ไขเพิ่มเติมให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมมอบหมาย ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงาน ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ หรือเทียบเท่า เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
๓) ยกเลิกการยื่นขอเบิกเงิน การอนุมัติและการเบิกจ่าย และจ่ายเงินในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ

อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม พ.ศ. ….

ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอว่า
๑) โดยที่พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๗ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัติ สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จึงได้ยกร่างกฎกระทรวงเพื่อกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ ใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ ใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ และค่ายื่นคำขอ โดยได้นำร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรับฟังความคิดเห็นในเว็บไซต์ของ สช. รวมทั้งได้นำความคิดเห็นจากการประชุมมาตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นไปตามความต้องการของทุกภาคส่วน
๒) คณะอนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ฝ่ายกฎหมายและคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายฯ ดังกล่าวด้วยแล้วจึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง เป็นการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ ใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ใบแทนใบอนุญาต ค่ายื่นคำขอกรณีการจัดตั้งโรงเรียนหรือสาขาของโรงเรียน การเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง การโอนกิจการโรงเรียน การเลิกกิจการโรงเรียน 

อนุมัติร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ….

ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. …. ซึ่งมีสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ดังนี้
๑) กำหนดให้มหาวิทยาลัยพะเยาเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในกำกับของรัฐและไม่เป็นส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณหรือกฎหมายอื่น
๒) ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง และมีวัตถุประสงค์การจัดการศึกษาตามที่กำหนด
๓) ให้มหาวิทยาลัยแบ่งส่วนงานออกเป็น สำนักงานมหาวิทยาลัย ส่วนงานวิชาการ ส่วนงานอื่น ๆ และให้การจัดตั้ง การรวม การยุบเลิกส่วนงานจัดทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่การแบ่งส่วนงานเป็นหน่วยงานภายในให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
๔) ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่กระทำการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด และต้องส่งเสริมสนับสนุนผู้ที่เข้ารับการศึกษาและผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เรียนจนจบปริญญาตรี
๕) ให้มหาวิทยาลัยมีรายได้จากเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้และเงินกองทุนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น และรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุน เป็นต้น และให้รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
๖) กำหนดให้บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ ซื้อมาด้วยเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยน หรือได้มาโดยทางอื่น ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุและให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย ให้ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยโดยตรงไม่อยู่ข่ายแห่งการบังคับคดี
๗) ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วยนายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด ตลอดจนให้การกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์วิธีการสรรหา วิธีการถอดถอน นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการ เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
๘) กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
๙) ให้มีคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย อธิการบดี เป็นประธานกรรมการกรรมการโดยตำแหน่ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนด และให้การประชุมการดำเนินการของสภามหาวิทยาลัยและคณะกรรมการเป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
๑๐)ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์และสภาพนักงาน โดยมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด และให้องค์ประกอบ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มาหรือการแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุม เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
๑๑) ให้มีอธิการบดีซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัย เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การรักษาราชการแทน โดยให้อธิการบดีมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนด
๑๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาและการวิจัย ตลอดจนการประเมินการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย
๑๓) กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการการบัญชีและการตรวจสอบทางบัญชีและการเงินของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้ รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัย
๑๔) กำหนดให้มีตำแหน่งทางวิชาการ คณาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อาจารย์พิเศษ และให้คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการเป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
๑๕) กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการให้ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ
๑๖) กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณฯ การโอนบรรดาข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานของมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ๒๕๓๓ มาเป็นของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
๑๗) กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาอาจารย์ คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรรักษาการในตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดี
๑๘) กำหนดให้ข้าราชการ หรือลูกจ้าง ต้องแจ้งความจำนงประสงค์จะเปลี่ยนเป็นพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องผ่านการประเมินก่อน
๑๙) กำหนดให้นำข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.๒๕๓๓ ที่ใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม

เห็นชอบเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติบางส่วน เพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง จ.พังงา

ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้เพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี – หาดท้ายเหมือง จำนวน ๕๐ ไร่ ออกจากบริเวณอุทยานแห่งชาติที่ดินป่าเขาลำปีและหาดท้ายเหมือง เพื่อก่อสร้างมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดพังงา ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน