มติ ครม.7 เมษายน 2552

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ  ๔ เรื่อง คือแต่งตั้งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ (พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๕) นโยบายเร่งด่วนการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา


















 



 







 



 



แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ)


ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และแต่งตั้งให้นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแทนนายสุธรรม นทีทอง ที่ได้ขอลาออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ เมษายน ๒๕๕๒ เป็นต้นไป



รู้จักกับ “นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ”



แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ (พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๕)


ครม.รับทราบแผนการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ ๒ แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ ๒ ประกอบด้วยแผนการลงทุน จำนวน ๗ แผนงาน มีวงเงินลงทุนเบื้องต้นในช่วงระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ รวม ๑,๕๖๖,๘๖๗ ล้านบาท หรือเท่ากับการลงทุนเฉลี่ยปีละ ๕๒๒,๒๘๙ ล้านบาท


ในส่วนของ ศธ. มี แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการศึกษา มีวงเงินลงทุน ๘๓,๒๖๙ ล้านบาท เช่น การปรับปรุงโรงเรียน ๑๐,๖๐๗ โรง การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทันสมัยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชน เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนงานปรับปรุงและพัฒนาบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่ทันสมัย และจำเป็นต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


นอกจากนี้ ยังมี แผนงานยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งระบบให้ทันสมัย  วงเงิน ๖๐,๑๔๕ ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีการเรียนรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนตลอดชีวิต มีการผลิตกำลังคนระดับกลางและระดับสูงที่มีสมรรถนะสอดคล้อง และตรงกับความต้องการของภาคการผลิตและบริการ และเพิ่มขีดความสามารถของกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สูงขึ้น และยกระดับมหาวิทยาลัยวิจัยของไทยให้อยู่ใน ๒๐๐ อันดับแรกของโลก



นโยบายเร่งด่วนการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้


ครม.เห็นชอบแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี พ.ศ.๒๕๕๒๒๕๕๕ โดยให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการจัดตั้งสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา นราธิวาส ปัตตานี) รวมทั้ง ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา (จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา) รวม ๓๗ อำเภอ โดยได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดตั้งสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดและอำเภอ โดยให้ ศอ.บต.รับผิดชอบงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๒ และให้ ศธ.รับผิดชอบตั้งงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ เป็นต้นไป


นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้จัดอัตราพนักงานราชการเพื่อปฏิบัติงานในนโยบายเร่งด่วนฯ ตามที่เสนอ โดยให้ ศธ.ดำเนินการขออนุมัติกรอบอัตราพนักงานราชการตามขั้นตอนต่อไป



แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา


ครม.อนุมัติตามที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ.เสนอ แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาชุดใหม่ เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหาร สมศ.ชุดเดิมได้ดำรงตำแหน่งมาครบ ๔ ปีตามวาระ โดยมีรายชื่อดังนี้


นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ เป็นประธานกรรมการ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร  นายสมหมาย ปาริจฉัตต์  นายสมนึก พิมลเสถียร   นางสิริพร บุญญานันต์  นายสมศักดิ์  ชุณหรัศมิ์  และนายอมรวิชช์ นาครทรรพ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นต้นไป.


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน